ดอร์ทมุนด์แจ้งดีลซานโช่เส้นตายยังเหมือนเดิม !!

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กำหนดเส้นตายกับ แมนยู

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสร บุนเดสลีกา เยอรมัน กำหนดเส้นตายกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าหากถ้าอยากได้ เจดอน ซานโช่ ปีกชาวอังกฤษไปร่วมทัพแล้วนั้น พวกเขาก็จำเป็นต้องทำให้มันเสร็จสิ้นภายในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ ตามรายงานของสื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี เดลี่ เมล

แมนยู ตกเป็นข่าวกับ ซานโช่ อย่างหนักตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ปีกทีมชาติอังกฤษทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของยุค อย่างไรก็ตาม “ปีศาจแดง” ไม่พร้อมที่จะให้ค่าตัวแข้งวัย 20 ปีตามที่ ดอร์ทมุนด์ ตั้งเอาไว้ หลังจาก “เสือเหลือง” ต้องการเงินสูงถึง 110 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,400 ล้านบาท

สำหรับวันที่ 10 สิงหาคมนั้น คือวันที่ ดอร์ทมุนด์ มีคิวเดินทางไปเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยที่ ซานโช่ เตรียมจะกลับไปรายงานตัวกับต้นสังกัดในวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคมนี้เพื่อเริ่มซ้อมในช่วงปรี-ซีซั่น หลังจาก บุนเดสลีกา จะกลับมาเตะกันในช่วงกลางเดือนกันยายน

โดยสำหรับตลาดการเสริมทัพรอบแรกของฤดูกาล 2020-21 เปิดทำการจนถึงวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ขณะที่ศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่นหน้าก็จะเริ่มเตะในช่วงกลางเดือนกันยายน…

แมนยูยื่นซื้อซานโช่รอบแรกไม่ผ่าน ดอร์ทมุนด์เมินค่าตัวน้อย

โบรุสเซีย  ดอร์ทมุนด์ ปฏิเสธข้อเสนอจาก แมนยู

โบรุสเซีย  ดอร์ทมุนด์ สโมสรแห่ง บุนเดสลีกา เยอรมัน ปฏิเสธข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ขอซื้อ เจดอน ซานโช่ ปีกคนเก่งของทีม หลังจากอีกฝ่าย

ให้ค่าตัวรวม 89 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,560 ล้านบาท ตามรายงานของ บิลด์ สื่อชื่อก้องของเมืองเบียร์

แมนยู กาหัว ซานโช่ เป็นเป้าหมายการเสริมทัพเบอร์ 1 สำหรับการสู้ศึกฤดูกาล 2020-21 หลังจากที่มองว่ายังจำเป็นต้องทำให้เกมรุกตรงริมเส้นมีความน่ากลัว

มากว่านี้ ว่ากันว่าอดีตลูกหม้อของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็สนใจจะย้ายกลับมาเล่นในบ้านเกิดเหมือนกัน

ซึ่งทั้งนี้ บิลด์ บอกว่า แมนยู ยื่นข้อเสนอหนแรกไปแล้ว โดยมันมีมูลค่ารวม 89 ล้านปอนด์ แต่ ดอร์ทมุนด์ ก็ได้บอกปัดไป เพราะต้องการเงิน 109 ล้านปอนด์ หรือ

ประมาณ 4,360 ล้านบาท ตามที่ตั้งเอาไว้เท่านั้น โดย “เสือเหลือง” ยังไม่คิดที่จะลดค่าตัวให้แต่อย่างใด

ในขณะที่ เดลี่ เมล สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษรายงานความคืบหน้าในดีลนี้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่ยอมทุ่มเงินถึงระดับนั้นให้กับ ดอร์ทมุนด์ แน่นอน แม้ว่า

พวกเขาจะมีเงินให้ใช้มากกว่าเดิมจากการที่จะได้สิทธิ์เล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าก็ตาม แต่ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ยังคงกาหัว ซานโช่ เป็น

เป้าหมายเบอร์ 1…

หงส์แดง ประกาศลอฟเรนลาทีม ค่าตัวเฉียด436ล.

ลอฟเรนลาทีม หงส์แดง ได้สังกัดใหม่

ลอฟเรนลาทีม ทีมชาติโครเอเชียวัย 31 ปิดฉากช่วงเวลา6ปีในถิ่น แอนฟิลด์ และเตรียมเก็บข้าวของไปอยู่ในรัสเซียกับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่ง ลอฟเรน ย้ายมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน สู่ เมอร์ซี่ย์ไซด์ เดือน ก.ค. 2014 และทำไป 8 ประตูให้ กับหงส์แดง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการโขกใส่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเมื่อเดือน เม.ย. 2016 ส่งให้ ลิเวอร์พูล โค่นทีมเก่า เจอร์เก้น คล็อปป์ และทะลุสู่รอบตัดเชือกของ ยูโรปา ลีก

โดยทั้งนี้ ลอฟเรน ถือเป็นกำลังสำคัญของ ลิเวอร์พูล ชุดแชมป์ยุโรปสมัยหกเมื่อฤดูกาลที่แล้ และยังประสบความสำเร็จทั้งได้แชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลล่าสุดด้วย ซึ่งทางสโมสร ได้อวยพรให้กองหลังจอมแกร่งโชคดีกับเส้นทางของชีวิตต่อไป

ซึ่งสำหรับการย้ายทีมครั้งนี้ ทางทีมลิเวอร์พูล ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ แต่ทางสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า “หงส์แดง” ได้เงินจาก เซนิตฯ 10.9 ล้านปอนด์ หรือราว 436 ล้านบาทในขณะที่ตัวนักเตะเซ็นสัญญากับทีมใหม่เป็นเวลา3ปี…

ลินการ์ดเชื่อ เด็กคนนี้ดีจริง “กรีนวู้ด” ไม่มีเหลิง

ลินการ์ดเชื่อ “กรีนวู้ด” ไม่มีเหลิง

ลินการ์ดเชื่อ กองกลางดาวดัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความมั่นใจว่า เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรงของทีม จะยังคงมุ่งมั่นทำงานหนักและพัฒนาฝีเท้าต่อไป หลังก้าวขึ้นมาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้

กรีนวู้ด ได้กลายเป็นขุนพลคนสำคัญของกองทัพ “ปีศาจแดง” ในฤดูกาลนี้ ทั้งที่วัยเพียง18 ปีเท่านั้น โดยกระทุ้งไปแล้ว 17 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 46 นัด ซึ่ง ลินการ์ด ได้กล่าวชื่นชม กรีนวู้ด ว่า เป็นเด็กถ่อมตัว และไม่มีทางหลงระเริงไปกับความยอดเยี่ยมของตัวเองอย่างแน่นอน

“นับตั้งแต่เขาร่วมฝึกซ้อมกับทีมเป็นครั้งแรก เขาทำได้ยอดเยี่ยมมาตลอด ถึงแม้อายุยังน้อย แต่เขาทำได้เพียบ ทั้งเรื่องการทำประตูและแอสซิสต์ เขาเข้ามาเสริมทีมได้ยอดเยี่ยม สำหรับเขาแล้ว ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับการมุ่งมั่นทำงานหนัก, ฝึกซ้อม และถ่อมตัวเข้าไว้ ซึ่งผมก็คิดว่าเขาจะเป็นแบบนั้น เขาเป็นเด็กที่อ่อนน้อมถ่อมตัวเสมอ และมีความเชื่อมั่นสูง” ลินการ์ด ได้กล่าว…

อาร์เซน่อล ทำสถิติยอดแย่ หลังพ่ายวิลล่า 0-1

สถิติยอดแย่ อาร์เซน่อล พ่ายวิลล่า 0-1

สถิติยอดแย่ อาร์เซน่อล จะจบศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 ด้วยการได้อันดับแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมนับตั้งแต่จบซีซั่น 1994-95 เป็นที่

แน่นอนแล้ว หลังที่ล่าสุดออกไปแพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1 ที่สนาม วิลล่า พาร์ค เมื่อวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ความปราชัยในนัดล่าสุดทำให้ในตอนนี้ อาร์เซน่อล มีเพียง 53 คะแนน จากการลงเล่น 37 นัด และอยู่ที่ 10 ของตารางคะแนนเหมือนเดิม ซึ่งตอนนี้อันดับดีที่สุด

ที่พวกเขาพอจะทำได้ในซีซั่นนี้ก็คืออันดับ 8 หลังจากมีคะแนนตามหลัง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เจ้าของตำแหน่ง 1 แต้ม ขณะที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ครองอันดับ

7 ในปัจจุบันมีอยู่ 58 คะแนน ในขณะเดียวกัน “ไอ้ปืนใหญ่” จะไม่ตกไปไกลกว่าอันดับ 10 แน่นอน ต่อให้จะแพ้ วัตฟอร์ด ในนัดสุดท้ายก็ตาม เพราะ เอฟเวอร์ตัน

ที่เป็นอันดับ 11 มีอยู่ 49 แต้ม

ซึ่ง สำหรับฤดูกาล 1994-95 อาร์เซน่อล เคยได้อันดับ 12 หลังจากตอนนั้นเก็บได้เพียง 51 คะแนน จากการลงเล่น 42 นัด ก่อนหน้าที่จะถึงซีซั่นปัจจุบัน อันดับที่

แย่ที่สุดที่พวกเขาเคยทำได้หากนับตั้งแต่จบฤดูกาล 1994-95 คือการได้อันดับ 6 ในฤดูกาล 2017-18

ซึ่งนอกจากนี้ ฤดูกาล 2019-20 ยังเป็นซีซั่นที่ อาร์เซน่อล ทาบสถิติการชนะเกมเยือนใน พรีเมียร์ลีก ได้น้อยที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ เท่ากับฤดูกาล 2017-18 เช่น

กัน จากการที่ได้ 3 แต้มกลับบ้านเพียงแค่ 4 หนเท่านั้น ในขณะเดียวกันนี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ อาร์เซน่อล แพ้ในลีกถึงหลัก 10 เกมเป็นเวลาอย่างน้อย

3 ฤดูกาลติดต่อกัน ครั้งสุดท้ายก่อนหน้านี้ที่พวกเขาแพ้ในลีกอย่างต่ำ 10 เกมเป็นเวลา 3 ซีซั่นติดต่อกันขึ้นไปก็คือช่วงระหว่างฤดูกาล 1981-82 จนถึง 1987-88

ที่เขาปราชัยในลีกแตะหลัก 10 นัดถึง 7 ซีซั่นติดต่อกัน…

ตำรวจ วอนแฟนลิเวอร์พูลอยู่บ้าน เกมรับถ้วยแชมป์

ตำรวจ วอนแฟนลิเวอร์พูล

ตำรวจ วอนแฟนลิเวอร์พูล ในวันที่ 20 ก.ค. 63 สโมสรลิเวอร์พูล ออกแถลงการณ์ร่วมกับ ตำรวจเมอร์ซีย์ไซด์, สภาเมืองลิเวอร์พูล และ “สปิริต ออฟ แชงค์ลีย์” ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนของแฟนบอล “หงส์แดง” ก่อนเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 37 ที่จะเปิดบ้านต้อนรับ เชลซี ในคืนวันพุธที่ 22 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นเกมที่จะมีพิธีมอบถ้วยรางวัลให้กับ ลิเวอร์พูล ในฐานะทีมแชมป์ประจำฤดูกาล 2019-2020

แถลงการณ์ในครั้งนี้ได้เน้นย้ำถึงเหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” ที่อาจมีการรวมตัวกันนอกสนามแอนฟิลด์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในบรรยากาศฉลองความสำเร็จ หลังจากทีมรักสามารถปลดล็อกคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษที่รอคอยมานานเป็นเวลา 30 ปีได้สำเร็จในซีซั่นนี้ ซึ่งขอความร่วมมือให้ทุกคนชมการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการรวมตัวกันนอกเคหสถาน อันเป็นสาเหตุในการเร่งการระบาดของโรคโควิด19 ที่ยังไม่หมดไป

ทั้งนี้ เมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว บรรดาแฟนบอลลิเวอร์พูล ก็ออกมารวมตัวกันหลังจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปแพ้ เชลซี 1-2 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พร้อมกับการันตีตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกให้กับ “หงส์แดง” เนื่องจาก “เรือใบสีฟ้า” ได้ทำแต้มไล่ไม่ทันแล้ว

ซึ่งการฉลองแชมป์ของเหล่า “เดอะ ค็อป” ได้สร้างปัญหาไม่น้อยเลย เพราะนอกจากจะมีการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก โดยแทบไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคมและการสวมหน้ากากอนามัยให้เห็นกันแล้ว ก็ยังมีแฟนบอลที่ก่อเหตุขว้างพลุไฟไปโดนอาคารจนจะเกือบที่จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ และยังมีคืนหนึ่งที่เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงกลางดึก จนได้มีการจับกุมผู้ก่อเหตุวุ่นวายหลายรายด้วยกัน

ทางด้านของ นาตาลี เปริสไชน์ รองผู้บังคับการตำรวจหญิงเมอร์ซีย์ไซด์ ได้ออกมาแถลงว่า “แม้เกมนี้จะเป็นคืนสำคัญสำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลทุกคน ทั้งที่อยู่ในเมืองนี้รวมถึงคนอื่น ทั่วโลก ในการรอคอยที่จะได้เห็นการชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกภายในสนามแอนฟิลด์ แต่สโมสรและสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ก็ได้เตรียมการเฝ้าระวัง เพื่อให้ผู้คนนับล้านได้รับความสะดวกสบายในการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษผ่านทางหน้าจอที่บ้าน”

“ในโอกาสนี้ ขอให้ทุกท่านได้จับจองที่นั่งที่ดีที่สุดในห้องรับแขกที่บ้านของท่านเอง เพราะมันคงไม่มีประโยชน์ใดๆ ที่จะออกไปที่สนาม และพวกเราในฐานะชาวเมืองลิเวอร์พูลก็ไม่อยากจะให้ผู้คนจำนวนมากออกมารวมตัวกัน ตอนนี้เราก็ยังอยู่ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด19 และสิ่งสุดท้ายที่อยากให้เกิดขึ้น คือ การที่โรคนี้จะกลับมาระบาดอีกครั้งในเมอร์ซีย์ไซด์ และเกิดการเสียชีวิตของคนจำนวนมาก ดังนั้น เราจึงอยากจะให้ทุกคนอดทนและเสียสละ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งหนึ่ง อย่างที่เราได้เห็นในพื้นที่อื่นๆ”…

“โจนส์” ใส่เบอร์ 17 ของ “สตีวีจี” สืบทอดตำนานหงส์ ซีซั่นหน้า

สืบทอดตำนานหงส์  “โจนส์” ใส่เบอร์ 17 ของ “สตีวีจี”

สืบทอดตำนานหงส์ ..เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 63 ลิเวอร์พูล ประกาศผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรว่า เคอร์ติส โจนส์ กองกลางดาวรุ่งวัย 19 ปี เตรียม

เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก 48 ที่ได้สวมใส่อยู่ในเวลานี้ มาเป็นหมายเลข 17 ฤดูกาล 2020-2021 หลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งต่อสัญญาระยะยาวกับ “ทีมหงส์แดง” เมื่อ

ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ซึ่งทั้งนี้ หมายเลข 17 ถือว่ามีความสำคัญในถิ่นแอนฟิลด์ไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากตำนานของสโมสรอย่าง สตีเวน เจอร์ราร์ด เคยใช้หมายเลขนี้ในระหว่างปี

2000-2004 หลังจากที่ใช้เบอร์ 28 ในช่วงแรกที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชน ก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้หมายเลข 8 จากนั้น “สตีวีจี” ก็ได้กลายเป็นกัปตันทีมลิเวอร์พูล ชุด

แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาล 2004-2005

ซึ่งนอกจากนี้ สตีฟ แม็คมานามาน ปีกจอมเลื้อยที่เป็นเด็กปั้นของยอดสโมสร และลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล ในระหว่างปี 1990-1999 ก็เคยใช้

หมายเลข 17 เช่นกัน ในส่วนเจ้าของเสื้อเบอร์ 17 คนล่าสุดของ “ทีมหงส์แดง” คือ รักนาร์ คลาวาน กองหลังทีมชาติเอสโตเนีย ที่ได้ย้ายมาอยู่กับทีมในปี 2016-

2018

โดย เคอร์ติส โจนส์ ถือเป็นชาวเมืองลิเวอร์พูลโดยกำเนิด ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ทีมเยาวชนของ “หงส์แดง” ตั้งแต่วัย 9 ขวบ กระทั่งถูก เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือชาว

เยอรมันดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลที่แล้ว

โจนส์ ได้ประเดิมประตูแรกไปแล้ว ในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 ฤดูกาลนี้ ที่เปิดบ้านชนะ ทีมเอฟเวอร์ตัน 1-0 เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา โดยเขาเป็นผู้ทำประตูชัย

จากการปั่นโค้งเสียบใต้คานอย่างสวย และเพิ่งต่อสัญญาออกไปเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งหลังจากนั้นเพียงแค่ 1 วัน โจนส์ ก็ได้ประเดิมประตูแรกในพรีเมียร์ลีก

จากเกมที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านชนะ แอสตัน วิลลา 2-0…

ยังเก๋าไม่พอ! ผีเล็งสอยหอกดังโตริโน่ร่วมทีม

ผีแดง แมนยู เล็งสอย โตริโน่

ผีแดง แมนยู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้ความสนใจที่จะคว้าตัว อันเดรีย เบล็อตติ กองหน้ากัปตันทีม โตริโน่

สโมสรดังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อกีฬาแดนมะกะโรนี เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม

แม้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยายสัญญายืมตัว โอเดียน อิกาโล่ หัวหอกชาวไนจีเรีย (ของ เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว) ออกไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม ปี 21 เป็นที่

เรียบร้อย ในขณะที่สามประสานในแนวรุกอย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด ต่างก็กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรง แต่เชื่อกันว่า

กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ยังคงต้องการผู้เล่นกองหน้าเพิ่ม

ซึ่งล่าสุด ตุ๊ตโต้สปอร์ต ระบุว่า เบล็อตติ คือหนึ่งในทางเลือกที่ โซลชา ได้เล็งเอาไว้ โดยตามรายงานข่าวเผยว่า หัวหอกทีมชาติอิตาลี วัย 26 ปี มีค่าฉีกสัญญา

สูงถึง 90 ล้านปอนด์ หรือ ประมาณ 3,600 ล้านบาท แต่ก็เชื่อกันว่า “กระทิงหิน” น่าจะยอมขายในราคาที่ถูกกว่านี้ เพราะตัวนักเตะเองก็เริ่มมีความสนใจที่จะย้าย

ออกไปหาความท้าทายใหม่ ๆ

โดย สำหรับฤดูกาลนี้ เบล็อตติ ซึ่งเคยมีข่าวกับ เอฟเวอร์ตัน ก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งกดไปแล้ว 22 ประตู จากการลงเล่นให้ โตริโน่ รวมในทุก

รายการ 39 นัด…

สื่อดังเมืองเบียร์เผย! “ไค ฮาแวร์ตซ์” เลือกแล้วอยากไปทีมไหน

ไค ฮาแวร์ตซ์ เลือกทีม?

ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรดังศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ตัดสินใจเรียบร้อยที่จะย้ายไปร่วมทีม เชลซี สโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก คิกเกอร์ นิตยสาร

ลูกหนังเมืองเบียร์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ฮาแวร์ตซ์ เป็นนักเตะที่เนื้อหอมมากที่สุดคนหนึ่งในชั่วโมงนี้ มีข่าวได้รับความสนใจจากทั้ง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงสองสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า

โดยล่าสุด คิกเกอร์ ระบุว่า สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี ได้ตัดสินใจแล้วที่จะย้ายไปโชว์เพลงแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ และได้แจ้งความประสงค์ของตนเองกับต้นสังกัดเรียบร้อย ขณะที่ บิลด์ สื่อกีฬาชั้นนำของ

เยอรมนี รายงานว่า “ห้างขายยา” ได้ตั้งค่าหัว ฮาแวร์ตซ์ ที่ 90 ล้านปอนด์ หรือ ประมาณ 3,510ล้านบาท และยินดีให้ “สิงห์บลูส์” แบ่งจ่ายเป็นงวด

สำหรับในฤดูกาล 2019/20 ฮาแวร์ตซ์ ได้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ เลเวอร์คูเซ่น โดยกดไป 17 ประตู กับ 9 แอสซิสต์ จากการลงเล่นรวมในทุกรายการ 43 นัด…

บาร์ซ่า พ่าย โอซาซูน่า 1-2 คาบ้าน จบรองเเชมป์แบบสุดช้ำ

จบรองเเชมป์แบบสุดช้ำ   บาร์ซ่า พ่าย โอซาซูน่า 1-2 คาบ้าน

บาร์ซ่า พ่าย โอซาซูน่า  .. การแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปน ในฤดูกาล 2019-20 นัดที่ 37 วันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา คู่ระหว่าง บาร์เซโลนา รองจ่าฝูง ได้เปิดรัง คัมป์ นู ต้อนรับการมาเยือนของ โอซาซูนา ในอันดับที่ 11

อาซูลกรานา เก็บชัยชนะมาถึง 3 เกมติด เกมนี้ต้องลุ้นเรอัล มาดริดไม่ให้คว้า 3 แต้มถ้าหากยังต้องการลุ้นแชมป์ในนัดสุดท้าย กีเก เซเตียน กุนซือวางหมากมาในระบบ 4-3-3 อย่างเช่นเคย นำมาโดย มาร์ติน เบรธเวต , ฟาซู

อันติ และ ลิโอเนล เมสซี

ฝั่งทาง โลส โรฆิญอส ของ ฆาโกบา อาร์ราซาเต ก็ยังมีโอกาสเล็กๆ ที่จะลุ้นโควต้า ยูโรป้าลีก เกมนี้จัดทัพมาในระบบ 5-3-2 นำมาโดย อิญิโก เปเรซ , ดาร์โก บราซานัช และ ฆอน มอนกาโยลา ได้ปั้นเกมให้ อาเดรียน

โลเปซ และ โฆเซ อาร์นาอิซ คู่กองหน้า

ได้ผลปรากฏว่า เริ่มเกมมา 15 นาที ทีมเยือนโอซาซูน่า ชิงจังหวะนำไป 1-0 ก่อนจากจังหวะเติมเกมรุก เปอร์วิส เอสตูปิญาน ถึงสุดเส้นฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดบอลหักเข้าไปหน้าประตู โฆเซ่ อาร์นาอีซ วิ่งมายิ่งด้วยขวาระยะ 12

หลาส่งบอลเข้าไปอย่างสวยงาม

อีก 4 นาทีถัดมา ทีมเยือนได้ลุ้นอีกเมื่อ จอน มอนกาโยล่า ได้จ่ายบอลให้ อินญีโก้ เปเรซ ยิงด้วยซ้ายในมุมแคบ ทว่าเข้าข้างตาข่าย

บาร์ซ่า ได้โอกาสบ้างในนาทีที่ 24 ลิโอเนล เมสซี่ สร้างโอกาสให้ อันซู ฟาติ ยิงในเขตโทษฝั่งซ้าย แต่ทว่าบอลหลุดเสาไกลออกหลัง

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 43 อันซู ฟาติ ได้บอลฝั่งซ้ายก่อนเปิดให้ มาร์ติน เบรธเวท หวดด้วยซ้ายในเขตโทษ แต่ไม่เข้ากรอบอีก จึงทำให้จบครึ่งแรก โอซาซูน่า ทำเซอร์ไพรส์บุกมานำ บาร์เซโลนา 1-0

ครึ่งหลัง ในนาที ที่ 62 บาร์เซโลน่า ตามตีเสมอได้จาก ลิโอเนล เมสซี่ ที่กดฟรีคิกในระยะ 20 หลาเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม สกอร์กลับมาเป็น 1-1

จากนั้นนาที 77 ทีมเยือนเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ เอ็นริช กาเยโก้ ทำฟาวล์รุนแรง จึงทำให้ได้ใบแดงไล่ออกไป

ทว่าในช่วงเวลา 13 นาทีสุดท้าย บาร์เซโลน่า ที่ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่นก็ไม่สามารถทำประตูแซงชนะได้ แถมยังโดน โอซาซูน่า ยิงประตูนำอีกรอบ 2-1 จาก โรแบร์โต้ ตอร์เรส จึงทำให้จบเกม บาร์เซโลน่า โดน โอซาซูน่า ที่

เหลือ 10 คนได้บุกมาเชือด 2-1 พร้อมเสียแชมป์ให้ เรอัล มาดริด…